ภาษา : 

  
อีเมล์ของคุณ :
 สมัคร    ยกเลิก




  


  
« พฤศจิกายน2560 »
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    


  
ผู้ใช้งานขณะนี้ :
 
 บุคคลทั่วไป  3 ราย


  


































พัฒนาการและความสำเร็จของคณะกรรมาธิการฯ 

พัฒนาการและความสำเร็จของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

 

บทบาทของคณะกรรมาธิการฯ ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การก่อตั้งองค์กรคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการดำเนินงานตามแผนงาน 5 ปี (Five - Year Work Plan) โดยแผนงานดังกล่าวได้กำหนดภาระงานและกิจกรรมต่างๆ ของคณะกรรมาธิการฯ ภายในระยะเวลา 5 ปีโดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2553-2558 ความสำเร็จหลักของคณะกรรมาธิการฯ ในการดำเนินงานในช่วงแรก (พ.ศ. 2552-2555) คือ การจัดทำปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Human Rights Declaration) และแถลงการณ์พนมเปญว่าด้วยการรับรองปฏิญญาอาเซียน ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2555 ตราสารทางการเมืองทั้งสองถูกใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนอาเซียน ภายในปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนได้รวมเอาประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนบางด้านที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงในปฏิญญาหรืออนุสัญญาอื่นๆ เช่น สิทธิในการพัฒนา (Right to Development) สิทธิในสันติภาพ (Right to Peace) สิทธิในการหาที่ลี้ภัย (Right to seek asylum) และประเด็นเรื่องเอดส์และเอชไอวี (AIDs/HIV) เป็นต้น แม้ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนจะไม่ใช่ตัวบทกฏหมายที่สามารถควบคุมและลงโทษผู้กระทำความผิดด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ แต่ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนนับเป็นจุดเริ่มต้นของความก้าวหน้าของอาเซียนที่ได้มีเอกสารพื้นฐานร่วมกันเพื่อพัฒนามาตรฐานการคุ้มครองและส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค

 

ในช่วงการดำเนินงานระยะที่สอง (พ.ศ. 2556 - 2558) คณะกรรมาธิการฯ ยังคงดำเนินตามแผนงาน 5 ปีที่ได้วางไว้ โดยมีภารกิจที่สำคัญ เช่น

 

-

การเผยแพร่ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ในสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอาเซียน โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการแปลปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเป็นภาษาประจำชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนและจัดทำเป็นหนังสือเพื่อการเผยแพร่ต่อไป

-

การจัดสัมมนาและฝึกอบรมต่างๆ ด้านสิทธิมนุษยชน ในส่วนของประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของคณะกรรมาธิการอย่างต่อเนื่อง เช่น ในปี 2556 งานอบรมเชิงปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฏหมาย (Training of the Trainers) ในปี 2557 การประชุมปรึกษาหารือระดับภูมิภาคครั้งที่ 2 เรื่องการทบทวนเอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ งานสัมนาเชิงปฏิบัติการของคณะกรรมาธิการฯ เรื่องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประเทศอาเซียนในการจัดทำรายงานรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และงานสัมนาเชิงปฏิบัติการของคณะกรรมาธิการฯ เรื่องกลไกด้านสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาค

-

การจัดทำ Thematic study เกี่ยวกับประเด็นต่างๆด้านสิทธิมนุษยชน Thematic study แรกที่คณะกรรมาธิการฯ ได้มีการจัดทำคือประเด็นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility – CSR) และแล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2557 โดยรายงานฉบับสมบูรณ์ของ Thematic study ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในเว็บไซด์ aichr.org Thematic study ที่คณะกรรมาธิการกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันคือ Thematic study เรื่องการย้ายถิ่นและสิทธิมนุษยชน (Migration and Human Rights) และ Thematic study เรื่องสิทธิในสันติภาพ (Right to Peace) นอกจากนี้ ในปีพ.ศ. 2558 ประเทศไทยร่วมกับประเทศมาเลเซียจัดทำ Thematic study ในประเด็นเรื่องสิทธิในชีวิต (Right to Life) และร่วมกับประเทศลาวในการจัดทำ Thematic study ในเรื่องสิทธิในการศึกษา (Right to Education)

-

การแก้ไขเอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ ตามมาตรา 9.6 ระบุว่าคณะกรรมาธิการฯ ควรมีการทบทวนเอกสารดังกล่าวภายหลัง 5 ปีของการดำเนินงานขององค์กร โดยในปี พ.ศ. 2557 จะเป็นปีที่คณะกรรมาธิการฯ ดำเนินงานครบตามกำหนดตามที่เอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ได้ระบุไว้ คณะกรรมาธิการฯ จึงต้องมีการดำเนินการทบทวนเอกสารและจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขเพื่อส่งให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนซึ่งมีอำนาจในการแก้ไขเอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ การอนุญาตให้เอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่สามารถแก้ไขได้ทำให้คณะกรรมาธิการฯ สามารถทบทวนภาระหน้าที่และกลไกขององค์กรที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรต่อไป ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2557 คณะกรรมาธิการได้จัดการประชุมปรึกษารือระดับภูมิภาคกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการทบทวนเอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ โดยการประชุมครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย และครั้งที่สองที่กรุงเทพ ประเทศไทย ข้อเสนอแนะจากการประชุมปรึกษาหารือถูกรวบรวมให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาเพื่อใช้ในการประเมินการทำงานขององค์กรในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผลการประเมินการทำงานของคณะกรรมาธิการถูกส่งต่อให้รัฐมนตรีต่างประเทศเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการทบทวนและแก้ไขเอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต่อไป

-

การจัดทำตราสารทางกฏหมายด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียน ที่ผ่านมาอาเซียนยังไม่มีเครื่องมือทางกฏหมายในลักษณะดังกล่าว หนึ่งในภาระกิจของคณะกรรมาธิการฯ คือการจัดทำอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีผลผูกพันทางกฏหมายต่อประเทศสมาชิก โดยอนุสัญญาดังกล่าวจะเป็นเรื่องการขจัดความรุนแรงในสตรี ในด้านกระบวนการจัดทำจะแตกต่างจากการจัดทำปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยคณะกรรมาธิการฯ มีแนวคิดที่จะให้องค์กรภาคประชาสังคมเข้ามามีบทบาทในการจัดทำร่างอนุสัญญาแทนการแต่งตั้งคณะผู้จัดทำร่าง เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของ และกระบวนการที่โปร่งใส

 

นอกจากภาระกิจต่างๆ ในข้างต้น คณะกรรมาธิการฯ ได้มีการพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มคู่เจรจาต่างๆ นอกอาเซียนเพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในด้านส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค เช่น ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับกลุ่มประเทศ EU ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้โครงการ EU-ASEAN Multi-annual Indicative Programme (MIP) 2011 - 2013 และ Regional EU-ASEAN Dialogue Instrument (READI) ซึ่งโครงการหลังจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยเฉพาะในเรื่องการขอรับเงินประมาณสนับสนุนในการจัดกิจกรรมต่างๆ ด้านสิทธิมนุษยชน ประเทศสมาชิกอาเซียนมีสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์จากเงินงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการดังกล่าวได้ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน (no differentiation) นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังมีการพัฒนาความสัมพันธ์กับองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เช่น United Nations Children’s Fund (UNICEF), United Nations High Commissioner for Refugees (UNHCR) และ UN Women เป็นต้น